← บทความ ยกกระชับ

Ultherapy, HIFU หรือ Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

สามชื่อนี้ได้ยินบ่อยมาก แต่ใช้แทนกันไม่ได้ ตัวหนึ่งทำงานกับชั้นพยุงที่อยู่ลึก อีกตัวทำงานกับชั้นผิว

หน้าหย่อนไม่ได้มีสาเหตุเดียว

ใบหน้าที่ดูกระชับต้องอาศัยหลายชั้นทำงานร่วมกัน ชั้นลึกสุดคือกระดูก ถัดขึ้นมาเป็นชั้นไขมันและชั้นพังผืดพยุงที่เรียกว่า SMAS และบนสุดคือผิว เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาตรกระดูกและไขมันลดลง ชั้นพยุงหย่อนตัว ผิวก็สูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น

เครื่องมือยกกระชับทำงานด้วยการ ให้ความร้อนกับเนื้อเยื่ออย่างควบคุมได้ คอลลาเจนเดิมจะหดตัว แล้วร่างกายจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลายเดือนถัดมา คำถามสำคัญคือ ชั้นไหน ที่ต้องการความร้อน และนี่คือจุดที่ Ultherapy (อัลเทอร่า), HIFU (ไฮฟู) และ Thermage (เทอร์มาจ) แตกต่างกัน

Ultherapy และ HIFU: อัลตราซาวด์สำหรับชั้นลึก

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) รวมพลังงานไปที่ความลึกที่กำหนดใต้ผิว คล้ายแว่นขยายรวมแสงแดดเป็นจุด จุดความร้อนเล็กๆ จะเกิดใต้ผิวโดยผิวด้านบนไม่ได้รับบาดเจ็บ ความลึกที่ใช้บ่อยมีดังนี้

  • 4.5 มม. ชั้น SMAS สำหรับยกกระชับและกรอบหน้า
  • 3.0 มม. ชั้นหนังแท้ส่วนลึกต่อกับชั้นไขมัน
  • 1.5 มม. ชั้นผิวตื้น สำหรับริ้วรอยและเนื้อผิว

Ultherapy เป็นระบบเฉพาะที่มี ภาพอัลตราซาวด์แบบเรียลไทม์ แพทย์จะเห็นชั้นผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกบนจอก่อนยิงแต่ละแนว ช่วยให้พลังงานลงไปถึงชั้นที่ตั้งใจ ส่วนเครื่อง HIFU ทั่วไปใช้หลักการคล้ายกัน แต่หลายรุ่นไม่มีภาพ และความแม่นยำกับกำลังของเครื่องต่างกันมาก

กลุ่มอัลตราซาวด์เหมาะกับปัญหาต่อไปนี้

  • เหนียงและแนวกรามเริ่มไม่ชัด
  • หน้าส่วนล่างและใต้คางดูหนัก
  • ต้องการยกคิ้วเล็กน้อย

Thermage FLX: คลื่นวิทยุสำหรับชั้นผิว

Thermage FLX ใช้ คลื่นวิทยุแบบ Monopolar ซึ่งไม่ได้โฟกัสเป็นจุด แต่ให้ความร้อนสม่ำเสมอเป็นบริเวณกว้างในชั้นหนังแท้และพังผืดใต้ผิว ผลที่ได้เน้น ความกระชับและคุณภาพผิว ผิวจะแน่นขึ้น เรียบขึ้น และรูขุมขนดูเล็กลง ทำได้ทั้งที่ใบหน้า รอบดวงตา (ใช้หัวเฉพาะ) และที่ลำตัว

Thermage เหมาะกับกรณีต่อไปนี้

  • ผิวบางหย่อน ย่น มากกว่าหย่อนจากชั้นลึก
  • ต้องการปรับเนื้อผิวและริ้วรอยเริ่มต้น
  • บริเวณเปลือกตาที่บอบบาง

เปรียบเทียบ

UltherapyHIFU ทั่วไปThermage FLX
พลังงานอัลตราซาวด์โฟกัสอัลตราซาวด์โฟกัสคลื่นวิทยุ (RF)
ชั้นเป้าหมายSMAS และหนังแท้ส่วนลึกใกล้เคียงกัน ขึ้นกับเครื่องหนังแท้และพังผืด
เด่นเรื่องยก ปรับกรอบหน้ายก ปรับกรอบหน้ากระชับ ปรับผิว
มีภาพขณะทำมีส่วนใหญ่ไม่มีไม่เกี่ยวข้อง
เห็นผลค่อยๆ ดีขึ้น 2–6 เดือนค่อยๆ ดีขึ้น 2–6 เดือนค่อยๆ ดีขึ้น 2–6 เดือน
ระยะพักฟื้นแทบไม่มีแทบไม่มีแทบไม่มี

ทำร่วมกันได้ไหม

ส่วนใหญ่ทำได้ เพราะทำงานคนละความลึก จึงนิยมใช้อัลตราซาวด์พยุงโครงสร้างชั้นลึก แล้วใช้ RF เกลาผิว บางคนต้องเติมปริมาตรด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator)ร่วมด้วย เพราะความร้อนไม่สามารถทดแทนกระดูกหรือไขมันที่หายไปได้ แผนที่ดีควรแก้ที่สาเหตุจริง ไม่ใช่เพิ่มพลังงานไปเรื่อยๆ ถ้าเนื้อเยื่อหย่อนตกลงมาจนต้องยกตำแหน่ง อาจพิจารณาร้อยไหมก้างปลา และถ้าคางหรือกรอบหน้ายังขาดโครงสร้าง อ่านเรื่องปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์คางและโบท็อกซ์กราม

วันที่มาทำ

  1. ประเมิน แพทย์ดูความหนาของผิว ระดับความหย่อน และโครงหน้า แล้ววางตำแหน่งที่จะทำ
  2. เตรียมผิว ล้างเครื่องสำอาง ทายาชาหรือให้ยาแก้ปวดตามความเหมาะสม
  3. ทำหัตถการ ใช้เวลาประมาณ 30–90 นาที ขึ้นกับเครื่องและบริเวณ จะรู้สึกร้อน และปวดตื้อๆ ช่วงสั้นๆ บริเวณกราม
  4. หลังทำ อาจแดง บวม หรือกดเจ็บเล็กน้อย มักหายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

อาการที่พบน้อย ได้แก่ ช้ำ ผื่นนูนเป็นแนว หรือชาชั่วคราว ส่วนผิวไหม้หรือเส้นประสาทระคายเคืองพบได้น้อยมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ทำต้องได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบแพทย์ หัตถการควรทำหรือดูแลโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา
  • ตรวจสอบเครื่อง ถามว่าใช้เครื่องรุ่นอะไร เครื่องและหัวยิงเป็นของแท้ และขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือไม่
  • อย่าตัดสินจากจำนวนช็อต พลังงานมากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือความลึกและตำแหน่งที่เหมาะกับโครงหน้าของคุณ
  • คาดหวังตามจริง ผลจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าหย่อนคล้อยมาก การปรึกษาศัลยแพทย์อาจเหมาะกว่า

คำถามที่ควรถามแพทย์ไม่ใช่ “ต้องยิงกี่ช็อต” แต่คือ “ปัญหาของเราเกิดจากชั้นไหน”

คำถามที่พบบ่อย

Ultherapy กับ HIFU คือตัวเดียวกันไหม

Ultherapy คือ HIFU แบรนด์หนึ่ง ที่มีภาพอัลตราซาวด์แบบเรียลไทม์ให้แพทย์เห็นชั้นผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกขณะทำ ส่วน HIFU ทั่วไปใช้หลักการคล้ายกัน แต่ความแม่นยำของความลึกและพลังงานแตกต่างกันในแต่ละเครื่อง

ทำแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ทั้งสองวิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลจึงค่อยๆ ดีขึ้นใน 2–6 เดือน และมักอยู่ได้ประมาณหนึ่งปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และไลฟ์สไตล์ หลายคนจึงทำซ้ำเป็นระยะ

เจ็บไหม

ส่วนใหญ่จะรู้สึกร้อนและปวดตื้อๆ เป็นช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กระดูก แพทย์ช่วยได้ด้วยการทายาชา ให้ยาแก้ปวด และปรับระดับพลังงาน

ทำแล้วไปทำงานได้เลยไหม

ได้ อาจมีผิวแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน

ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ และผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (สำหรับ RF) ควรหลีกเลี่ยง ส่วนผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกาย เพิ่งฉีดฟิลเลอร์บริเวณนั้น หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ก่อน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและปรึกษาแพทย์โดยตรง ความเหมาะสม ผลลัพธ์ และระยะพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทุกหัตถการมีความเสี่ยงที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นจากการพูดคุย

หมอจะประเมินโครงหน้าก่อนวางแผนการรักษาทุกครั้ง ทักมาเล่าสิ่งที่อยากปรับ แล้วหมอจะแนะนำขั้นตอนต่อไปให้ค่ะ